icon home หน้าหลัก
ดูข่าวย้อนหลังทั้งหมด
     

คพ.แถลงข่าว กรณีการระเบิดและไฟไหม้ และ
กรณีสารเคมีรั่วไหลในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด





       เมื่อวันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน 2555 เวลา 10.00 น นายศักดา นพสิทธิ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเปิดการแถลงข่าวเกี่ยวกับกรณีการระเบิดและไฟไหม้ และกรณีสารเคมี
รั่วไหลในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม              นายศักดา นพสิทธิ์ กล่าวว่า นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการ ทส. ได้สั่งการให้ตนและกรมควบคุม
มลพิษ (คพ.) เร่งตรวจสอบสารเคมีที่รั่วไหลใดบ้าง ที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งได้ทำงานร่วมกับ
ทุกฝ่าย เพื่อกำหนดมาตรการในการป้องกันในอนาคต ด้านนายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดี กรมควบคุมมลพิษ (คพ.)
กล่าวว่า จากการติดตามตรวจสอบการปนเปื้อนสารพิษในสิ่งแวดล้อม ภายหลังการเกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ของ
โรงงาน บีเอสที มาเกือบ 1 เดือน พบว่าจากการตรวจสอบคุณภาพอากาศ คุณภาพดิน และคุณภาพน้ำ ได้ใช้เวลาใน
การลงพื้นที่เก็บตัวอย่างดินและน้ำ 14 วัน และหลังจากนั้น อีก 14 วันนำมาทดสอบในห้องแล็บ โดยผลการตรวจวัด
ออกมาแล้ว พบว่าสารเคมีที่เป็นอันตรายทั้ง 5 ชนิดที่พบ ได้แก่ โทลูอีน สไตรีน 1 , 3 บิวทาไดอีน แอมโมเนีย และ
ไวนีลคลอไรด์ ซึ่งมีการตรวจวัดตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค.เป็นต้นมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ การตรวจวัดสารเคมี ทั้งหมด 5 ชนิด
พบว่าค่าความเข้มข้นของสารเคมีดังกล่าว ในช่วงวันแรกๆ หลังเกิดเหตุแล้วพบว่ามีค่าความเข้มข้นสูง แต่หลังจากนั้น
ก็เริ่มค่อยๆ ลดลง และอยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชน ส่วนการตรวจวัดคุณภาพน้ำ คพ.ได้ทำการ
เก็บตัวอย่างน้ำกว่า 20 จุดในพื้นที่โดยรอบ โดยมีการเก็บตัวอย่างทั้งน้ำฝน บ่อน้ำตื้น น้ำผิวดิน น้ำทะเล และน้ำทิ้ง
ที่อยู่ภายในโรงงานที่เกิดการระเบิดพบสารระเหยง่ายอย่างโทลูอีนในพื้นที่ 600 ไมโครกรัม จึงนำค่าที่ตรวจพบไป
เทียบมาตรฐานกับน้ำใต้ดินที่กำหนดไว้ จะต้องน้อยกว่า 1, 000 ไมโครกรัม ดังนั้น ค่าที่ตรวจพบก็ถือว่ายังน้อยอยู่
ในส่วนของน้ำผิวดินที่คลองชากหมาก และคุณภาพน้ำทะเล คุณภาพบ่อน้ำตื้น และคุณภาพของน้ำฝน ก็ยังอยู่ในเกณฑ์
มาตรฐาน ส่วนปริมาณสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) ก็ยังอยู่ในระดับปกติ

แบ่งปันหน้านี้ไปยัง : Share
   
ที่มา : ส่วนเผยแพร่และประชาสัมพันธ์