ถาม - ตอบ

แจ้งคำถามที่ต้องการสอบถาม

คุณสามารถฝากคำถามที่คุณสงสัยกับทางเราได้โดยการกดปุ่ม "แจ้งคำถาม"

แบบฟอร์มแจ้งคำถาม

กรุณากรอกฟอร์มให้ครบถ้วนเพื่อแจ้งคำถาม

captcha

ค้นหาคำถาม

หากพบว่าเครื่องวัดปริมาณน้ำประจำบ่อน้ำบาดาลชำรุด ควรดำเนินการอย่างไร

หากผู้ใช้น้ำบาดาล พบว่า เครื่องวัดปริมาณน้ำประจำบ่อน้ำบาดาลชำรุด ตัวเลขไม่หมุน หรือไม่สามารถ
อ่านค่าปริมาณที่ใช้จริงได้ ต้องรีบแจ้งต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่โดยด่วน และรีบดำเนินการซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ อย่าปล่อยทิ้งไว้ หรือเพิกเฉย เพราะหากพนักงานเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบพบเห็นในภายหลัง อาจต้องเสียค่าใช้น้ำมากกว่าปกติ เนื่องจากจะต้องถูกประเมินปริมาณน้ำ
ตามใบอนุญาตที่กำหนดไว้สูงสุด และไม่รับรองการรายงานการใช้น้ำตามแบบ นบ.11 ย้อนหลังด้วย

ถ้าผู้ขอใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลเสียชีวิต ใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลจะตกทอด เป็นมรดกหรือไม่

ใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลเป็นสิทธิเฉพาะตัวบุคคล จะโอนใบอนุญาตตกทอดเป็นมรดกไม่ได้ ถ้าผู้รับใบอนุญาตเสียชีวิตสถานะใบอนุญาตนั้นก็สิ้นสุดไป แต่ทายาทหรือผู้ใช้น้ำปัจจุบันสามารถขออนุญาตใช้น้ำบาดาลใหม่ได้ แต่ต้องเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครอง หรือเป็นผู้ที่ได้รับความยินยอมจากผู้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง

บ่อที่เคยขออนุญาตและหมดอายุไปแล้ว แต่ไม่ได้ขอต่ออายุ และไม่ดำเนินการใดๆ ทั้งการขอยกเลิกและการอุดกลบฯ จะมีบทลงโทษอย่างไร

1. เมื่อผู้รับใบอนุญาตไม่ดำเนินการดังกล่าว ถือว่าไม่ปฏิบัติตามมาตรา 26 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน

หนึ่งพันบาท ตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520 โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ต้อง

ดำเนินการตามกฎหมาย

2. ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้เคยรับใบอนุญาตต้องดำเนินการอุดกลบบ่อน้ำบาดาลให้ถูกต้องตามกฎหมาย

โดยพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับใบอนุญาตดังกล่าวดำเนินการอุดกลบ

บ่อน้ำบาดาล ตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520

บ่อน้ำบาดาลของเอกชนที่มีอยู่เดิมจะต้องให้มาขออนุญาตหรือไม่ ถ้าไม่มาขออนุญาตจะดำเนินการอย่างไร

น้ำบาดาลเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ทุกคนมีสิทธิที่จะนำขึ้นมาใช้ประโยชน์ แต่การใช้น้ำบาดาลโดยไม่ถูกต้อง ใช้อย่างระมัดระวัง หรือใช้ผิดวิธี จะเกิดผลกระทบ (มลภาวะ) ต่อแหล่งน้ำบาดาลซึ่งจะทำให้คุณภาพของ

น้ำบาดาลเปลี่ยนแปลงไป หรือไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้อุปโภคบริโภค ดังนั้น กฎหมายว่าด้วยน้ำบาดาล

จึงควบคุมการใช้น้ำบาดาลโดยอนุญาตให้ใช้น้ำบาดาลอย่างประหยัด พอเพียง ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำบาดาลไว้ให้คนรุ่นหลังได้ใช้ประโยชน์จากน้ำบาดาล โดยไม่ขาดแคลน หลักสำคัญการใช้

น้ำบาดาลต้องไม่เกินสมดุล และใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น ถ้าประชาชนมีบ่อน้ำบาดาลระดับความลึกจากผิวดินลงไปเกินกว่า 15 เมตร ในความครอบครองต้องดำเนินการ ดังนี้

     1. หากประสงค์จะขอรับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล ให้ยื่นคำขอใช้ต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ในเขตน้ำบาดาลกรุงเทพมหานคร หรือเขตน้ำบาดาลจังหวัดนั้น ๆ

     2. ถ้าไม่ประสงค์ที่จะขอใช้น้ำบาดาล ให้ดำเนินการอุดกลบบ่อน้ำบาดาลให้ถูกต้องตามกฎหมาย

 

หากใบอนุญาตหมดอายุแล้ว ต้องการต่ออายุใบอนุญาต จะให้ดำเนินการอย่างไร

ตามกฎกระทรวงกำหนดประเภทการใช้น้ำบาดาลและการขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตเกี่ยวกับการประกอบกิจการน้ำบาดาล พ.ศ. 2556 ข้อ 23 กำหนดว่า การต่ออายุใบอนุญาตต้องยื่นคำขอต่อพนักงาน
น้ำบาดาลประจำท้องที่ในเขตน้ำบาดาลนั้นก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ ดังนั้น หากใบอนุญาตสิ้นอายุแล้วต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลใหม่ ตามแบบ นบ.2 และเมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนใบอนุญาต
สิ้นอายุแล้ว จะประกอบกิจการต่อไปก็ได้ จนกว่าผู้ออกใบอนุญาตจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น ตามมาตรา 20 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ปัจจุบันค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาลและใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลฉบับละเท่าไร

ปัจจุบันค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาลและใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล คิดตามขนาดบ่อ คือ

¡ บ่อวง และบ่อน้ำบาดาลขนาดเล็ก (2 นิ้ว และ 3 นิ้ว) เก็บค่าธรรมเนียม ฉบับละ 100 บาท

¡ บ่อน้ำบาดาลขนาดกลาง (4 นิ้ว 5 นิ้ว และ6 นิ้ว) เก็บค่าธรรมเนียม ฉบับละ 500 บาท

¡ บ่อน้ำบาดาลขนาดใหญ่ (ตั้งแต่ 8 นิ้ว ขึ้นไป) เก็บค่าธรรมเนียม ฉบับละ 1,000 บาท

สามารถติดต่อขอรับใบอนุญาตได้ที่ใด

¡ กรุงเทพมหานคร ติดต่อที่สำนักควบคุมกิจการน้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาล

 ¡ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครราชสีมา ติดต่อที่เทศบาล/อบต. ที่จะเจาะน้ำบาดาล

     หรือที่บ่อน้ำบาดาลนั้นตั้งอยู่ (กรณีเทศบาล/อบต. ประสงค์จะเจาะและใช้น้ำบาดาลให้ติดต่อ

     สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดทั้ง 3 จังหวัดนี้ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ)

 ¡ พื้นที่อื่น ๆ ติดต่อได้ที่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด

คนกลุ่มใดที่สามารถขออนุญาตเจาะน้ำบาดาลได้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลมีหลักเกณฑ์อย่างไรในการออกใบอนุญาต เพราะถ้าทุกคนขออนุญาตเจาะได้คงเกิดปัญหาแผ่นดินทรุดเพิ่มขึ้น

ผู้ขอรับใบอนุญาตเจาะและใช้น้ำบาดาล ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล และต้องเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองในที่ดิน หรือได้รับความยินยอมจากผู้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง จึงจะสามารถขอรับใบอนุญาตเจาะและใช้น้ำบาดาลได้ โดยผู้ออกใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดประเภทการใช้น้ำบาดาลและการขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตเกี่ยวกับการประกอบกิจการน้ำบาดาล
พ.ศ. 2556 และระเบียบกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพิจารณาออกใบอนุญาตและต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการน้ำบาดาล พ.ศ. 2560

บ่อน้ำบาดาลที่ทราบความลึกที่ต้องการจะเจาะว่าไม่ถึงชั้นน้ำบาดาล (15 เมตร) จำเป็นต้องขอรับใบอนุญาตหรือไม่

บ่อน้ำบาดาลทุกบ่อต้องขออนุญาตเจาะน้ำบาดาลก่อนทุกบ่อจึงจะดำเนินการเจาะน้ำบาดาลได้ เพราะพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ทราบเจตนารมณ์ของผู้เจาะน้ำบาดาลได้ว่าจะเจาะน้ำบาดาลลึกไม่ถึง 15 เมตร หรือเจาะน้ำบาดาลลึกเกินกว่า 15 เมตร หากพบว่าช่างเจาะน้ำบาดาลกำลังดำเนินการเจาะน้ำบาดาลโดยไม่มีใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีฐานลักลอบเจาะน้ำบาดาลได้ แต่การร้องทุกข์ต้องดำเนินการให้ครบองค์ประกอบ คือ

   1. เป็นการเจาะน้ำบาดาลในเขตน้ำบาดาล

   2. ไม่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล หรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลมอบหมาย

   3. ในบริเวณนั้นมีชั้นน้ำบาดาลที่สามารถใช้ได้ มีความลึกเกินกว่า 15 เมตร และช่างเจาะน้ำบาดาลได้เตรียมอุปกรณ์การเจาะน้ำบาดาล เช่น ก้านเจาะน้ำบาดาล ท่อกรุ ท่อกรองน้ำบาดาล เกินกว่า 15 เมตร และขณะตรวจสอบสถานที่ได้มีการดำเนินการเจาะน้ำบาดาลไปแล้ว

    หากมีความประสงค์จะเจาะน้ำบาดาลที่มีความลึกไม่ถึง 15 เมตร ผู้ประสงค์จะเจาะน้ำบาดาลในความลึกดังกล่าว ต้องมีหนังสือแจ้งพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่จังหวัดนั้น ๆ พร้อมทั้งมีหนังสือแจ้งให้นายกเทศมนตรี หรือนายก อบต. หรือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่นั้น ๆ ทราบ เพื่อป้องกันการร้องเรียนว่ามีการเจาะน้ำบาดาลโดยไม่ได้รับใบอนุญาต

ในกรณีที่ทาง อบต. จัดทำโครงการเจาะบ่อน้ำบาดาลในพื้นที่ แต่ไม่มีผู้รับจ้างเข้ามาประมูลงาน ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาล สามารถดำเนินการเจาะบ่อ น้ำบาดาลให้ได้หรือไม่

กรมทรัพยากรน้ำบาดาล สามารถดำเนินการเจาะน้ำบาดาลได้ แต่ทั้งนี้ต้องเป็นช่วงที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลไม่ติดภาระกิจของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลโดยมีแนวปฏิบัติดังนี้

 1. ให้ อบต.โอนเงินให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลดำเนินการ โดยเป็นลักษณะการโอนขายบิลของ อบต.

ให้ สทบ.เขต เบิกจ่ายแทน อบต.

2. อบต. ต้องดำเนินการขอรับใบอนุญาตเจาะและใช้น้ำบาดาลให้ถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยน้ำบาดาล

ถ้าเจาะบ่อน้ำบาดาลความลึกไม่ถึง 30 เมตร แต่มีขนาดบ่อใหญ่ตั้งแต่ 4 นิ้ว ขึ้นไป และปริมาณการใช้น้ำมากเกินกว่า 10 ลบ.ม. / วัน จะถือว่าใช้น้ำบาดาลหรือไม่ ต้องขออนุญาตหรือไม่

ปัจจุบันหลักเกณฑ์ความลึกของบ่อน้ำบาดาล ที่กำหนดเกินกว่า 15 เมตร เกินกว่า 20 เมตร หรือความลึกเกินกว่า 30 เมตร ได้ถูกยกเลิกแล้ว ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเขตน้ำบาดาลและความลึกของน้ำบาดาล พ.ศ. 2554 ซึ่งประกาศกระทรวง ฯ ดังกล่าว กำหนดให้ท้องที่กรุงเทพมหานคร และท้องที่ของแต่ละจังหวัดทุกจังหวัดในราชอาณาจักรไทยเป็นเขตน้ำบาดาล และให้น้ำใต้ดิน
ที่อยู่ลึกจากผิวดินลงไปเกินกว่า 15 เมตร เป็นน้ำบาดาล แม้ขนาดบ่อหรือการใช้น้ำบาดาลจะมีปริมาณเท่าใดก็ตาม หากปรากฏว่าบ่อน้ำบาดาลนั้น ๆ มีความลึกเกินกว่า 15 เมตร จะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตให้ถูกต้อง มิฉะนั้นจะมีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยน้ำบาดาล

การเจาะบ่อน้ำบาดาลของหน่วยงานท้องถิ่นจำเป็นต้องขออนุญาตเจาะ-ใช้ หรือไม่

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่องค์การของรัฐซึ่งอยู่ในข่ายได้รับการยกเว้นตามมาตรา 4
แห่งพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ำบาดาล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2546 การเจาะน้ำบาดาลหรือการใช้น้ำบาดาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล หรือใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล และต้องได้รับใบอนุญาตแล้วจึงจะดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น หากเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และเมืองพัทยา ประสงค์จะเจาะและใช้น้ำบาดาล ต้องขอรับใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาลให้ถูกต้องก่อน และเมื่อเจาะเสร็จแล้วก็ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลอีกครั้งหนึ่ง โดยต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล หรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลมอบหมายก่อน จึงจะเจาะน้ำบาดาล หรือใช้น้ำบาดาลได้ หากฝ่าฝืนจะมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และจะริบเครื่องมือเครื่องใช้ หรือเครื่องจักรกลใด ๆ ที่ได้ใช้ในการกระทำความผิด หรือได้ใช้เป็นอุปกรณ์กระทำความผิดเสียก็ได้

จำนวนทั้งหมด 43 รายการ