“การพัฒนาน้ำบาดาลในช่วงเริ่มแรก เป็นงานที่เหน็ดเหนื่อยและยากลำบาก เพราะตลอดเส้นทางที่เข้าไปปฏิบัติงานส่วนใหญ่เป็นถิ่นทุรกันดาร เส้นทางสัญจรเป็นถนนขนาดเล็กที่รถยนต์เข้าไม่ถึง คนทำงานด้านน้ำบาดาลในบางพื้นที่ต้องแบกก้านเจาะและลำเลียงอุปกรณ์ต่างๆ เดินเท้าเข้าไปในพื้นที่จุดเจาะ ใช้เวลาทำงานแรมเดือน ช่างเจาะน้ำบาดาลจึงเป็นผู้อุทิศตน และผู้เสียสละเป็นอย่างมากเพื่อทำหน้าที่จัดหาแหล่งน้ำกินน้ำใช้ให้ชาวบ้าน นับตั้งแต่ในยุคแรกที่เจาะบ่อน้ำบาดาลและติดตั้งเครื่องสูบแบบมือโยก ต่อมาได้พัฒนาตามลำดับเป็นเครื่องสูบน้ำแบบใช้ไฟฟ้า เริ่มมีระบบประปาบาดาล มีหอถัง และระบบกระจายน้ำบาดาล มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น ช่วยให้ชาวบ้านสามารถใช้แหล่งน้ำบาดาลได้อย่างทั่วถึงทั้งชุมชน
ด้วยรำลึกถึงผู้พัฒนางานด้านน้ำบาดาลที่ล่วงลับไปแล้ว จึงมีผู้คิดสร้างอนุสาวรีย์ช่างเจาะน้ำบาดาล ตั้งอยู่ที่บ้านมะเกลือใหม่ ตำบลมะเกลือใหม่ อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่เจาะได้น้ำพุโดยมีแหล่งเติมน้ำบาดาลจากเขายายเที่ยง ในการสร้างรูปหล่อช่างเจาะน้ำบาดาลเพื่อนำมาประดิษฐานที่อนุสาวรีย์ช่างเจาะน้ำบาดาลได้รับความอนุเคราะห์ออกแบบและทำการหล่อจากช่างของกรมศิลปากร และได้สลักชื่อช่างเจาะน้ำบาดาลที่ล่วงลับไปแล้วไว้บริเวณฐานของอนุสาวรีย์ ต่อมาจึงถือเอาวันที่ 14 กันยายน ซึ่งเป็นวันที่มีการขนย้ายเครื่องจักรเจาะน้ำบาดาลที่มีความทันสมัยมาใช้เป็นครั้งแรกส่งผลให้เกิดการพัฒนาน้ำบาดาลที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เรียกขานว่าเป็นวันน้ำบาดาล ต่อมาจึงเปลี่ยนมาเป็น “วันช่างเจาะน้ำบาดาล” เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีและความวิริยะ อุตสาหะของบุคลากรผู้พัฒนางานด้านน้ำบาดาลที่ล่วงลับไปแล้ว
วันที่ 14 กันยายน ของทุกปี จึงนับเป็นวันสำคัญของชาวน้ำบาดาล โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้จัดให้มีพิธีทางศาสนา ทำบุญถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์ วางพวงมาลา และอุทิศส่วนกุศลแด่ช่างเจาะน้ำบาดาลผู้ล่วงลับ ณ บริเวณอนุสาวรีย์ช่างเจาะน้ำบาดาล ตำบลมะเกลือใหม่ อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นประเพณีปฏิบัติสืบเนื่องกันมา”
นายกุศล โชติรัตน์
ที่ปรึกษากรมทรัพยากรน้ำบาดาล
อดีตรองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม