นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มอบหมายให้ นางอริสรา สิทธิยศ ผู้อำนวยการกองแผนงาน พร้อมด้วยนางสาวอัคปศร อัคราช ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิจัยและพัฒนาทรัพยากรน้ำบาดาล และเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ กองแผนงาน เข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 37 (The 37th Meeting of ASEAN Senior Officials on Environment: ASOEN 37) ผ่านระบบประชุมทางไกล ณ ห้องประชุม ชั้น 17 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีนางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมการประชุม ซึ่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในครั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา
โอกาสนี้ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กล่าวถ้อยแถลงแสดงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการร่วมเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านความร่วมมือสิ่งแวดล้อมของอาเซียน ผ่านแนวทางการบูรณาการบนพื้นฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ และการทำงานร่วมกับหุ้นส่วนต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อน ASEAN Community Vision 2045 พร้อมยืนยันความพร้อมของประเทศไทยในการทำหน้าที่ประธานคณะทำงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (AWGCC) ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 – เดือนสิงหาคม 2571
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานของคณะทำงานอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม 7 คณะทำงาน รวมถึงการดำเนินงานภายใต้กรอบความร่วมมือและข้อตกลงต่าง ๆ ของอาเซียน โดยประเทศไทยได้นำเสนอแผนการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับภูมิภาค เรื่อง การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาลในภูมิภาคอาเซียน ครั้งที่ 2 (The 2nd Regional Meeting on ASEAN Groundwater Resources Management) ในปี พ.ศ. 2570 เพื่อเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ แนวปฏิบัติที่ดี และนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาล รวมถึงส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและภาคีที่เกี่ยวข้อง อันจะนำไปสู่การพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาลที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ให้การรับรองเอกสารสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ASEAN Joint Statement on Biodiversity Conservation (AJSBC) to CBD COP17, ASEAN Guidelines on Eco-Schools และแผนยุทธศาสตร์อาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม (ASEAN Strategic Plan on Environment: ASPEN) 2035 รวมทั้งรับรอง ASEAN Heritage Parks (AHPs) แห่งใหม่ จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ Mount Balatukan Range Natural Park ของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ และ Prek Toal Ramsar Site ของราชอาณาจักรกัมพูชา พร้อมรับทราบว่าประเทศไทยอยู่ระหว่างกระบวนการเสนอชื่ออุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์เป็น AHP แห่งใหม่ในปี พ.ศ. 2569
การเข้าร่วมการประชุม ASOEN 37 ในครั้งนี้ ช่วยส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมของอาเซียน เปิดโอกาสให้ประเทศไทยได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียน ตลอดจนรับทราบทิศทางและพัฒนาการของความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมในระดับภูมิภาค ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการนำข้อมูลและประสบการณ์มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยให้สอดคล้องกับเป้าหมายและกรอบความร่วมมือของอาเซียนต่อไป

