Department of Groundwater Resources
กว่า 20 ปีที่ผ่านมา “กองทุนพัฒนาน้ำบาดาล” ได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อการศึกษา วิจัย พัฒนา และอนุรักษ์แหล่งน้ำบาดาล มากกว่า 300 โครงการ สร้างความสมดุลของการบริหารจัดการน้ำบาดาล ผลักดันให้น้ำบาดาลเป็นแหล่งน้ำทางเลือกที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีพของประชาชนในปัจจุบันและอนาคต สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 (Sustainable Development Goals: SDGs) เป้าหมายที่ 6 เรื่องน้ำสะอาดและการสุขาภิบาล นอกจากนี้ ยังมีบทบาทและการกิจสำคัญในการส่งเสริมการเข้าถึงและการบริหารทรัพยากรน้ำบาดาลอย่างยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ดังนี้ 1. สนับสนุนโครงการศึกษา สำรวจด้านธรณีวิทยา อุทกธรณีวิทยา และประเมินศักยภาพน้ำบาดาล เพื่อจัดทำแผนที่น้ำบาดาลขั้นรายละเอียด มาตรส่วน 1:50,000 ในพื้นที่ต้นแบบ อันเป็นข้อมูลเชิงวิชาการสำหรับการสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อใช้ต่อยอดการพัฒนาเป็นแหล่งน้ำบาดาลที่มีศักยภาพเพียงพอ และเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ 2. สนับสนุนโครงการศึกษา สำรวจ และประเมินศักยภาพน้ำบาดาล เพื่อจัดหาน้ำต้นทุนแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านแหล่งน้ำให้กับประชาชน 3. สนับสนุนโครงการในการศึกษา สำรวจ และประเมินศักยภาพน้ำบาดาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดทำโครงการน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร โดยมุ่งเน้นที่พืชเศรษฐกิจมูลค่าสูง ผ่านการรวมกลุ่มเกษตรกร ทำให้เกิดการใช้น้ำบาดาลอย่างอนุรักษ์และยั่งยืน 4. สนับสนุนโครงการเพื่อพัฒนาระบบติดตามสถานการณ์ด้านน้ำบาดาล รวมถึงเทคโนโลยีที่รองรับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาล เพื่อเฝ้าระวัง ติดตาม กำกับ ควบคุมการใช้น้ำบาดาลให้คุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
เทคนิคการสูบทดสอบปริมาณน้ำบาดาล ก่อนเริ่มสูบทดสอบ ต้องมีการสำรวจและเตรียมข้อมูลในพื้นที่ให้พร้อม เพื่อเลือกใช้อุปกรณ์และเครื่องมือที่เหมาะสมกับบ่อน้ำบาดาลนั้น ๆ วิธีการทดสอบหลัก ๆ มี 2 แบบ 1. สูบทดสอบแบบหลายอัตราสูบ (Step Drawdown) สูบด้วยอัตราการไหล 4 ระดับ (50-75-100-125%) เหมาะกับบ่อที่ให้น้ำไม่น้อยกว่า 20 ลบ.ม./ชม. ใช้เพื่อดูประสิทธิภาพบ่อและการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำ 2. สูบทดสอบแบบอัตราสูบคงที่ (Constant Rate) สูบด้วยอัตราสูบสูงสุดตลอดการทดสอบ จนน้ำคงที่เหนือท่อรับน้ำ 3–5 ม. ใช้ได้ทั้งบ่อเดียวหรือมีบ่อสังเกตการณ์ เพื่อหาความสามารถสูงสุดของบ่อ ระหว่างการทดสอบ ต้องบันทึกข้อมูลระดับน้ำลงใน แบบรายงาน นบ.4 อย่างต่อเนื่อง ข้อมูลที่ได้จะนำไปวิเคราะห์ เพื่อกำหนดเพื่อให้ใช้น้ำบาดาลได้อย่างเหมาะสม ไม่เกินศักยภาพ และป้องกันผลกระทบต่อชั้นน้ำบาดาลในอนาคต
บ่อน้ำบาดาลแต่ละบ่อ จะสามารถให้น้ำบาดาลได้ไม่เท่ากัน ถึงแม้ว่าจะอยู่ในบริเวณเดียวกันก็ตาม ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่างด้วยกัน โดยหลักเกิดจากปัจจัยทางอุทกธรณีวิทยาและธรณีวิทยาของแต่ละพื้นที่ เนื่องจากน้ำบาดาลจะแทรกอยู่ตามรูพรุน ช่องว่าง หรือรอยแตกในชั้นดินชั้นหิน ซึ่งแต่ละตำแหน่งบนพื้นโลกจะมีไม่เท่ากัน ไม่เหมือนกัน และไม่มีความสม่ำเสมอ ส่งผลให้บ่อน้ำบาดาลในแต่ละพื้นที่ มีความสามารถในการให้น้ำได้ไม่เท่ากัน เมื่อมีการเจาะบ่อน้ำบาดาลแต่ละบ่อแล้วเสร็จ วิธีการที่จะทำให้เราทราบได้ว่าปริมาณน้ำบาดาลจากบ่อนั้นมีเท่าไร ต้องติดเครื่องสูบขนาดไหนจึงจะเหมาะสม หรือควรกำหนดช่วงระยะเวลาในการสูบน้ำขึ้นมาใช้อย่างไร ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อชั้นน้ำบาดาล สามารถทำได้โดยการสูบทดสอบปริมาณน้ำบาดาล การสูบทดสอบปริมาณน้ำบาดาล เป็นกิจกรรมที่ต้องดำเนินการหลังจากเจาะ และพัฒนาบ่อน้ำบาดาลแล้วเสร็จ โดยเป็นการสูบน้ำออกจากบ่อน้ำบาดาล พร้อมใช้อุปกรณ์ในการวัดปริมาณน้ำและจับเวลา เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างระดับน้ำที่ลดลง กับระยะเวลาในการสูบน้ำออกจากบ่อ แล้วนำผลที่ได้มาคำนวณ และวิเคราะห์หาปริมาณน้ำสูงสุดของบ่อน้ำบาดาลที่สามารถนำมาใช้ได้โดยไม่ส่งผลกระทบในอนาคต ทำให้สามารถกำหนดอัตราการสูบ และขนาดของเครื่องสูบที่เหมาะสมกับบ่อน้ำบาดาล วัตถุประสงค์ของการสูบทดสอบปริมาณน้ำบาดาลเพื่อ 1. เพื่อหาประสิทธิภาพของบ่อน้ำบาดาล 2. เพื่อหาปริมาณน้ำสูงสุดและอัตราสูบของบ่อน้ำบาดาล 3. เพื่อศึกษาคุณสมบัติทางชลศาสตร์ของชั้นน้ำบาดาล 4. เพื่อประเมินผลกระทบจากการสูบน้ำบาดาล โดยที่เราสามารถทำการสูบทดสอบปริมาณน้ำบาดาลได้ทั้ง แบบบ่อเดียว (Single Well) ที่ทำการสูบน้ำออกจากบ่อก่อน แล้วจึงวัดระดับน้ำที่ลดลงภายในบ่อเดียวกัน และแบบมีบ่อสังเกตการณ์ (Observation Well) ที่จะทำการวัดระดับน้ำที่ลดลงในบ่อสังเกตการณ์พร้อมกับการสูบน้ำออกจากบ่อเจาะในช่วงเวลาเดียวกัน
กองทุนพัฒนาน้ำบาดาล ขอแนะนำ 5 ช่องทาง ในการติดต่อและติดตามข่าวสาร และกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ดังนี้ 1. เว็บไซต์ https://gdf.dgr.go.th/ 2. Facebook กองทุนพัฒนาน้ำบาดาล 3. Youtube กองทุนพัฒนาน้ำบาดาล 4. Line @gdf60 5. ทางโทรศัพท์ 0 2666 7183 ในวันและเวลาราชการ หรือสแกน QR Code ในคลิปนี้ได้เลยนะคะ
ในการบริหารกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล ตาม พ.ร.บ. น้ำบาดาล พ.ศ.2520 กำหนดให้มีการแต่งตั้ง คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล ขึ้น โดยมีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการใช้จ่ายเงินหรือทรัพย์สินของกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การใช้จ่ายเงินที่กำหนด และต้องเป็นไปตามแผนแม่บทเพื่อการพัฒนาและอนุรักษ์แหล่งน้ำบาดาลและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล อีก 2 คณะ ได้แก่ 1. “คณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการที่ขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล” ทำหน้าที่ ตรวจสอบ วิเคราะห์ และกลั่นกรองรายละเอียดและงบประมาณของโครงการที่ขอรับเงินสนับสนุนให้มีความเหมาะสม คุ้มค่ากับงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุน และเกิดประโยชน์สูงสุด จากนั้นจะนำเสนอให้คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล พิจารณาอนุมัติโครงการต่อไป 2. “คณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลโครงการที่ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล” ทำหน้าที่ ติดตามประเมินผลการดำเนินงาน การใช้จ่ายเงิน และการนำผลการศึกษา/ผลงานวิจัยของโครงการที่ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลนำไปใช้ประโยชน์ รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะแก่ผู้รับผิดชอบโครงการให้ดำเนินงานและใช้จ่ายเงินตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลแก่โครงการ ซึ่งกลไกการบริหารกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล ได้ตระหนักถึงความสำคัญของแหล่งน้ำบาดาล ซึ่งได้สนับสนุนงบประมาณในการศึกษา วิจัย ที่มีการพัฒนาและอนุรักษ์ควบคู่ไปด้วย เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน และพัฒนาประเทศ รวมทั้งได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อการศึกษา วิจัย ตามนโยบายของรัฐบาล ด้านการจัดหาน้ำอุปโภคบริโภค และแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เพื่อสร้างความสมดุลในการบริหารจัดการน้ำบาดาลผ่านโครงการต่าง ๆ ของกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล อันจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศต่อไป
ท่อน้ำที่ใช้ในงานน้ำบาดาล ท่อนํ้าบาดาลที่นิยมใช้งาน จะมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ 1. ท่อพีวีซี (PVC) น้ำหนักเบา ราคาประหยัด ติดตั้งง่าย โดยในการก่อสร้างบ่อน้ำบาดาล ต้องใช้ท่อ PVC แข็ง สำหรับใช้เป็นท่อน้ำดื่ม มาตรฐาน มอก. 17 ชั้นคุณภาพ PVC 13.5 2. ท่อเหล็ก เหมาะสำหรับบ่อน้ำบาดาลที่มีความลึกมาก หรือในพื้นที่ที่มีแรงดันน้ำสูง ท่อเหล็กที่ใช้ในงานน้ำบาดาล มักเป็นท่อเหล็กอาบสังกะสี เพื่อป้องกันการกัดกร่อน โดยมีการจำแนกมาตรฐานท่อเหล็กออกเป็นท่อเหล็กเหนียวเคลือบผิวดำหรือชุบสังกะสี มาตรฐาน มอก. 276 - 277 ประเภท 2 - 4 มาตรฐาน BS (British Standard) ที่ผลิตตามมาตรฐาน BS 1387 ประเภท Medium และ Heavy มาตรฐาน ASTM (American Society for Testing and Materials) ที่ผลิตตามมาตรฐาน ASTM A53
เครื่องเจาะที่ใช้ในงานน้ำบาดาล เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญของการพัฒนาบ่อน้ำบาดาล โดยจะมีทั้งหมด 4 แบบ ดังนี้ 1. เครื่องเจาะน้ำบาดาลแบบกระแทก (Percussion Rig หรือ Cable Tool) 2. เครื่องเจาะน้ำบาดาลแบบหมุนตรง (Direct Circulation, DC) 3. เครื่องเจาะน้ำบาดาลแบบหมุนดูดกลับ (Reverse Circulation, RC) 4. เครื่องเจาะน้ำบาดาลแบบผสมใช้น้ำและลม (Direct Rotary and Down the Hole Hammer) ซึ่งเครื่องเจาะที่ใช้ในงานน้ำบาดาล จะมีการใช้งานที่แตกต่างกัน
10 ขั้นตอน...กว่าจะมาเป็นน้ำบาดาลเพื่อประชาชน การจัดหาแหล่งน้ำบาดาลให้แก่ประชาชนที่ขาดแคลนแหล่งน้ำ จำเป็นต้องใช้ข้อมูลและมีวิธีการปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักวิชาการหลายขั้นตอน เพื่อให้ได้บ่อน้ำบาดาลที่ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนค่ะ สำหรับรายละเอียดแต่ละขั้นตอน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ตามลิงก์นี้นะคะ https://www.dgr.go.th/th/newsAll/124/3706
กองทุนพัฒนาน้ำบาดาลถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อใช้เป็นทุนในการศึกษา วิจัย พัฒนา และอนุรักษ์แหล่งน้ำบาดาลและสิ่งแวดล้อม โดยมีรายได้หลักมาจาก 1. เงินที่เรียกเก็บจากค่าใช้น้ำบาดาล ร้อยละ 50 2. เงินที่เรียกเก็บจากค่าอนุรักษ์น้ำบาดาล ร้อยละ 100 ซึ่งรายได้ที่กองทุนพัฒนาน้ำบาดาลดำเนินการจัดเก็บ จะนำไปใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินในกิจการต่าง ๆ ดังนี้ 1. เพื่อการศึกษา สำรวจ วิจัย และวางแผนแม่บท เพื่อการพัฒนาและอนุรักษ์แหล่งน้ำบาดาลและสิ่งแวดล้อม 2. การช่วยเหลือและอุดหนุนกิจการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทดแทนและอนุรักษ์แหล่งน้ำบาดาล 3. ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล ตามที่ได้ตกลงกับกระทรวงการคลัง 4. ค่าใช้จ่ายในการจ้างเอกชน จัดเก็บค่าใช้น้ำบาดาลและค่าอนุรักษ์น้ำบาดาล ทั้งนี้ การใช้จ่ายเงินของกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลให้เป็นไปตามแผนแม่บท เพื่อการพัฒนาและอนุรักษ์แหล่งน้ำบาดาลและสิ่งแวดล้อม และการขอรับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล ต้องจัดทำเป็นโครงการและได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล
ทำความรู้จัก “กองทุนพัฒนาน้ำบาดาล” กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดตั้ง “กองทุนพัฒนาน้ำบาดาล” หรือ “กพน.” ขึ้น ตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติน้ำบาดาล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2546 มีวัตถุประสงค์ “เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายในการศึกษา วิจัย พัฒนา และอนุรักษ์แหล่งน้ำบาดาลและสิ่งแวดล้อม” ซึ่งดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ “สนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาล เพื่อการพัฒนาและอนุรักษ์แหล่งน้ำบาดาลและสิ่งแวดล้อม ให้สามารถเป็นฐานพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืนและมีธรรมาภิบาล”
ทางเราได้เปลี่ยนรหัสผ่านของท่านเรียบร้อยแล้ว ขอขอบพระคุณที่ใช้บริการ
ทางเราได้โพสความคิดเห็นของท่านเรียบร้อยแล้ว ขอขอบพระคุณที่ใช้บริการ
กรุณากดปุ่ม "ยืนยัน" เพื่อส่งการแจ้งลบความคิดเห็น
ทางเราได้ตั้งกระทู้ของท่านเรียบร้อยแล้ว ขอขอบพระคุณที่ใช้บริการ
กรุณากรอกอีเมลของท่านแล้วลองใหม่อีกครั้ง